สุดแต่ใจ .จะไขว่คว้า
มีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า สามสิบลิขิตฟ้า...เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน เมื่อก่อนตอนที่ฉันได้ยินคำพูดประโยคนี้เป็นครั้งแรก ฉันเข้าใจว่าหมายถึงอายุคนเท่านั้น นั่นคือ ช่วงชีวิตของคนเรานั้นเราเชื่อกันว่า มีอยู่ไม่เกินคนละ 100 ปี 1-30 ปีแรกโชคชะตามาจากฟ้าลิขิต หรือบุญ-วาสนาของแต่ละคนส่งผลให้มาเกิด เพราะวัย 1-30 ปี เป็นวัยช่วงต้นของชีวิต ถ้าสร้างบุญมาดีก็ได้เกิดในตระกูลดี มีกินมีใช้อย่าสุขสบาย ไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนนัก แต่ถ้าสร้างบุญมาน้อยก็จะเกิดในตระกูลยากจน ต้องต่อสู้ดิ้นรน ปากกัด teen (ขออภัยใช้คำไม่สุภาพแต่ก็เพื่ออรรถรส) ถีบกันไป สุดแต่พื้นฐานของตนเอง
เพราะคนเราอายุช่วง 30 ปีแรก ส่วนใหญ่จะอยู่กับครอบครัว อยู่กับพ่ออยู่กับแม่ ถ้าครอบครัวพื้นฐานดีก็ไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนนัก แต่เมื่ออายุเกิน 30 ปีไปแล้ว มักจะก่อร่างสร้างตัวกับครอบครัวใหม่ ก็ต้องไขว่คว้าหาเอาเอง ก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนกันไป เต็มกำลัง เต็มสติปัญญา และเต็มความรู้ความสามารถของตนที่มีอยู่ต่อมาเมื่อฉันได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธศาสนา ฉันจึงได้เข้าใจว่าคำว่า สามสิบลิขิตฟ้า....เจ็ดสิบต้องฝ่าฟันนั้น ในทางพระพุทธศาสนานั้น คำว่า สามสิบ หมายถึง กรรมในอดีตชาติ ส่วนอีก เจ็ดสิบ หมายถึงกรรมในชาติปัจจุบันที่เราก่อขึ้นเอง
ก็อีกนั่นแหล่ะจากรายการ CEO VISION คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า คำว่า สามสิบ นั้นหมายถึง อดีต ส่วนอีก เจ็ดสิบ หมายถึง ปัจจุบัน และ อนาคต ด้วยเหตุผลที่ว่า อดีตเป็นเครื่องกำหนดปัจจุบันและอนาคต ในขณะเดียวกัน อดีตและปัจจุบันก็จะเป็นเครื่องกำหนดอนาคต ด้วยดังนั้นชีวิตของคนเรา จึงสามารถกำหนดได้ว่า เรา...จะเป็นอะไร อยากเป็นอะไรในอนาคต ที่สำคัญคือ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่เราสามารถจะทำได้
.....ตั้งใจทำดังหวังวาดไว้
ไม่คิดฝันไปให้ไกลเกินจริง
รู้คุณค่าของคนไม่ทิ้ง
ไขว่คว้าให้จริงไม่ไกลเกินตัว
.....สุดแต่ใจจะไขว่คว้า
.....สุดแต่ใจจะไขว่คว้า